กรุงเทพฯ 7 ก.พ. นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศเพื่อกำหนดนโยบายในการรุกตลาดในประเทศจีนของปี 2553ให้เกิดผลสำเร็จมากขึ้น โดยเฉพาะการบุกตลาดเป็นรายมณฑลที่สำคัญๆ ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวระหว่างกันโดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ ไปจำหน่ายที่ประเทศจีนที่เชื่อมั่นว่ายังมีความต้องการผลไม้ไทยอีกจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยผลไม้สำคัญ ยังได้แก่ ลำไย ทุเรียน และมังคุด ที่คนจีนนิยมบริโภคกันมาก
นอกจากนี้ ในการที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่จะมีขึ้นใน วันที่ 11พ.ย. นี้ไทยจะนำทุเรียนไปจำหน่ายและใช้เป็นผลไม้ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งในการรองรับ นักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันขณะเดียวกันยังได้ขอความร่วมมือที่จะเปิดตลาดผลไม้ใหม่ๆ ที่เชื่อว่าจะเป็นที่นิยมของคนจีนมากขึ้นคือ มะม่วง และส้มโอด้วย มั่นใจว่าหากไทยสามารถพัฒนาคุณภาพผลไม้ให้มีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นจะทำให้ ไทยสามารถส่งออกผลไม้ไปจีนได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามคาดว่าเศรษฐกิจของจีนจะยังเติบโตต่อเนื่องและกลายเป็นประเทศ สำคัญในซีกโลกตะวันออกและมั่นใจว่าในอนาคตจีนเองจะให้ความสำคัญกับการเกษตร เพิ่มมากยิ่งขึ้นซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ไทยต้องเร่งพิจารณาปรับปรุง สินค้าเพื่อให้มีคุณภาพไม่ใช่คำนึงถึงเพียงแค่พืช ผัก ผลไม้เท่านั้นแต่ต้องมองไปถึงอาหารและพลังงานทดแทนที่เชื่อว่าจะกลายเป็นสิ่งสำคัญในอนาคตและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับการส่งออกของไทย
นายวีระชัย กล่าวด้วยว่า ในเดือน พ.ค.นี้ ผู้ว่าการมณฑลจี่หลินจะเดินทางมาเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์โดยเฉพาะใน ปี 2553 นี้ถือเป็นปีที่ครบรอบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน 35 ปีที่จะทำให้คามสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้นและนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ว่า จะเพิ่มปริมาณการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวให้มากขึ้นภายในปี 2554.