เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดที่ 1,066.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ พุ่งขึ้น 13.40 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,061.80-1,074.30 ดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ปิด ที่ 15.085 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 25.50 เซนต์ และสัญญาทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 5.55 เซนต์ ปิดที่ 2.913 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดที่ 1,481.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ พุ่งขึ้น 5.90 ดอลลาร์สหรัฐ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดที่ 407.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 9.40 ดอลลาร์สหรัฐ
นักวิเคราะห์จากบริษัท Quantitative Commodity Research กล่าวว่า สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนแอลงทำให้นักลงทุนแห่ซื้อสัญญาทองคำ ส่งผลให้ราคาสัญญาทะยานขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 1 สัปดาห์ โดยเมื่อวานนี้ ดัชนี U.S. Dollar Index ร่วงลง 0.4% นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อของนักลงทุนจีน ก่อนที่เทศกาลตรุษจีนจะเริ่มขึ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้
กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 1.83 ตัน เป็น 1,106.38 ตัน ณ วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา
ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายทองคำย่านเยาวราชช่วงเทศกาลตรุษจีนคึกคักขึ้น เนื่องจากราคาทองคำปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดือนธันวาคม 2552 จนถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ราคาลดลงถึงบาทละ 2,000 บาท ทำให้มีประชาชนซื้อทองคำสะสมเพื่อการลงทุน โดยราคาทองคำวันนี้ ปรับลดลง 100 บาท ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 16,750 บาท ขายออกบาทละ 16,850 บาท
นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวต่อว่า ประชาชนที่ซื้อทองคำวันนี้จะได้รับใบจองและมารับทองคำได้อีก 1 สัปดาห์ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชนซื้อทองคำจำนวนมาก ทำให้ร้านทองผลิตไม่ทัน ประกอบกับทองคำในตลาดต่างประเทศขาดตลาด จึงมีการส่งมอบช้า ขณะที่ทิศทางราคาทองคำปีนี้ ยังคงแกว่งตัว โดยราคาจะไม่ปรับตัวสูงเท่ากับปีก่อน ที่สูงสุดบาทละ 19,200 บาท
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.32 น. ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 16,750 บาท ขายออก 16,850 บาท และราคาทองรูปพรรณ รับซื้อ 16,509.24 บาท ขายออก 17,250 บาท.-