นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงกรณีที่รถมินิบัสเขียว ขอขยายอายุการเดินรถออกไปอีก 6 เดือน เพื่อรอนำเข้ารถใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ( CNG ) หลังจากมีกำหนดหมดอายุในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคมและองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่าจะขยายเวลาออกไปอีกหรือไม่ ซึ่งทางกรมก็ต้องทำตามมาตรฐานความปลอดภัย และความปลอดภัยในการให้บริการกับประชาชน ซึ่งก็เป็นไปได้น้อยมากที่รถมินิบัสเขียวจะผ่านการตรวจสอบ
ซึ้งหลังวันที่ 17 กุมภาพันธ์ หาก ขสมก. ไม่ยืดระยะเวลาให้กับผู้ประกอบการ ขั้นตอนต่อไปทาง ขสมก.จะมีการถอนทะเบียนรถออกจากบัญชีรถประจำทางที่วิ่งให้ให้บริการ และหลังจากนั้นก็จะนำรายชื่อทะเบียนรถส่งมายังกรมการขนส่งทางบก เพื่อยกเลิกทะเบียนรถต่อไป ซึ่งหากผู้ประกอบการรายใดนำรถมาวิ่งก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ที่นำรถไม่ได้อนุญาต ไม่มีทะเบียนออกมาวิ่ง
นายชัยรัตน์ ยังกล่าวถึง การจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น โครงการศึกษาต้นทุนการประกอบการเดินรถโดยสารประจำทาง ซึ่งในวันที่ 8 ก.พ. เป็นครั้งสุดท้ายที่จะรวบรวมความเห็น และหลังจากนั้นจะสรุปผล เพื่อนำข้อมูลต้นทุนการเดิรรถไปคำนวณอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทั้งผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการ
“โครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่ที่จะเกิดขึ้น จะอิงราคาต้นทุน ที่ประกอบในหลายส่วน ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมัน แต่ยังรวมถึงต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าเชื้อเพลิง ค่าแรง ค่าอะไหล่ ยางรถยนต์ ค่าซ่อมบำรุง สภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น โดยอยากให้เหมือนกับค่าไฟที่มีการปรับขึ้นลงตามค่า FT และผู้ประกอบการก็ไม่ต้องมาร้องขอขึ้นค่าโดยสาร เมื่อเวลาน้ำมันปรับขึ้น” .003 LogisticNews