นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่ากรมการขนส่งทางบก สนองนโยบาย "2553 ปีแห่งความปลอดภัย" ของกระทรวงคมนาคมเดินหน้าจับมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดอายุการใช้งานของรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้
นอกจากนี้ อุบัติเหตุที่เกิดจากรถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่ ที่เกิดจากสภาพตัวรถ หรืออุปกรณ์
ส่วนควบไม่มั่นคงแข็งแรงเนื่องจากผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานสร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
โดยผลการสำรวจรถโดยสารสาธารณะที่ใช้งานอยู่ทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551จำนวนทั้งสิ้น 115,157 คัน พบว่ามีรถโดยสารที่อายุการใช้งานระหว่าง 1-5 ปีจำนวน 28,890 คัน และรถที่อายุมากกว่า 20 ปี จำนวน 24,925 คัน
โดยมีรถที่อายุการใช้งานระหว่าง6-20 ปี มากที่สุด จำนวน 54,267 คันหรือ เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้อายุการใช้งานของรถโดยสารแต่ละคัน จะขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้งานสภาพภูมิประเทศที่ให้บริการ รวมทั้งการดูแลและบำรุงรักษารถด้วย โดยรถที่ใช้งานในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง ขสมก.รถร่วมบริการขสมก. รถโดยสารสองแถว และรถตู้โดยสาร อายุไม่เกิน 10 ปีมีจำนวนทั้งสิ้น 9,434 คัน อายุระหว่าง 11-20 ปี จำนวน 4,924 คัน และอายุ 20-30 ปี จำนวน 1,889 คัน สำหรับรถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.)และรถร่วมบริการ อายุไม่เกิน10 ปี มีจำนวน 1,895 คัน และอายุระหว่าง 11-20 ปีจำนวน 525 คัน
ทั้งนี้ในการศึกษาการกำหนดอายุการใช้งานของรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ซึ่งมี ศ.ดร.พิชัย ธานีรณานนท์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นหัวหน้าโครงการจะทำการศึกษาวิจัยข้อมูลเชิงลึกจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งด้านความปลอดภัยด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ สภาพเศรษฐกิจสังคมมาตรฐานในการผลิตตัวถังและโครงคัสซีของรถโดยสารความคุ้มทุนของผู้ประกอบการขนส่ง รวมทั้งจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ซึ่งจัดมาแล้ว 5 ครั้ง และครั้งสุดท้ายกำหนดจัดขึ้นในกรุงเทพมหานครประมาณกลางเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งกรมการขนส่งทางบก จะนำผลการศึกษาและความคิดเห็นที่ได้รับจากการสัมมนา มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดอายุการใช้งานของรถโดยสารสาธารณะให้เหมาะสมต่อไป.003 LogisticNews