เจาะลึกเศรษฐกิจเวียดนาม..ศักยภาพโลจิสติกส์..คู่แข่ง..หรือพันธมิตร

 "การขนส่งระบบรางนั้นเวียดนามมีทางรถไฟ  6 สาย ระยะทางรวม 3,259 กิโลเมตร โดยเส้นทางที่ยาวที่สุด คือจากเหนือจรดใต้ จากฮานอยถึงโฮจิมินห์ ระยะทาง 1,726 กิโลเมตร ซึ่งจะถูกพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขึ้นเร็วๆนี้"
 

รายงานพิเศษประจำสัปดาห์นี้ ผมจะพาแฟนรายงานพิเศษของ LogisticNews ไปเจาะลึกเศรษฐกิจเวียดนาม ทั้งในภาพรวม และมองลงไปถึงศักยภาพของโครงข่ายระบบขนส่ง (Logistics) ที่เวียดนามมีในปัจจุบัน ซึ่งผมเชื่อว่า ไม่ใช่แค่คนไทย นักธุรกิจไทย จะจับตามองเท่านั้น ทั่วโลกก็กำลังตามองเวียดนาม ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ในด้านการลงทุน แหล่งผลิตอุตสาหกรรม ตลาดใหม่ และอะไรอีกมากมาย ข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น จะทำให้เราเข้าใจเวียดนาม และเป็นโจทย์ให้ทั้งภาครัฐ และเอกชนไทยขบคิดว่า เราจะกำหนดกลยุทธ์อย่างไร ในฐานะที่เวียดนามเป็นทั้งพันธมิตรเศรษฐกิจได้  และขณะเดียวกันก็เป็นคู่แข่งของไทยไปพร้อมกัน

                            

 เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตในระดับสูงถึงเฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปีในช่วงปี ค.ศ.2001-2005 (ประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 5 ต่อปีในช่วงเดียวกัน) ในปี 2548 ที่ผ่านมามีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 8.5 ซึ่งสูงเป็นลำดับที่สองจากประเทศจีน และยังมีศักยภาพที่จะยังเติบโตในอัตราที่สูงถึงประมาณร้อยละ 7% ต่อปีได้ในอนาคต 5 ปีข้างหน้า เวียดนามจึงเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจต่อการค้าและการลงทุนมากประเทศหนึ่ง

นอกจากนี้เวียดนามมีการปฏิรูปประเทศที่มีความก้าวมากต่อเนื่อง ทั้งภาคเศรษฐกิจจริงและภาคการเงิน นับตั้งแต่การปรับตัวเองจากระบบเศรษฐกิจที่มีการควบคุมจากส่วนกลาง มาเป็นระบบเศรษฐกิจที่อิงกับกลไกตลาด การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมนั้นเติบโตในอัตราสูง ศักยภาพของภาคการส่งออกนั้นรวมไปถึงน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ (ที่เป็นคู่แข่งขันการส่งออกข้าวของประเทศไทย)

สำหรับอุตสาหกรรมการส่งออก สินค้าส่งออกสำคัญยังเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นหลัก แม้ว่าตลาดหุ้นของเวียดนามยังไม่เป็นตลาดที่มีความลึก แต่ในปีนี้ตลาดหุ้นเวียดนามก็เป็นตลาดหนึ่ง ที่เติบโตมากที่สุดตลาดหนึ่งในภูมิภาค   นอกจากนี้การที่ประเทศเวียดนามได้รับการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลกในวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็เป็นโอกาสของการค้าและการลงทุนเปิดอย่างกว้างขวางมากขึ้น

                        

บรรยากาศโดยทั่วไปของเวียดนาม  การลงทุน ยังคึกคักเป็นพิเศษ เพราะการหลั่งไหลเข้าไปลงทุนของบรรดาธุรกิจข้ามชาติตลอดช่วงปีนี้ ส่วนบริษัทข้ามชาติที่เข้าไปลงทุนอยู่ก่อนแล้ว ก็เพิ่มการลงทุนใหม่ๆ มากขึ้น บ่งชี้ว่า นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจในแนวโน้มเศรษฐกิจของเวียดนาม

ส่วนหนึ่งเป็นอานิสงส์จากการที่เวียดนามสมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก(ดับบลิวทีโอ) อีกส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการพัฒนาและปรับปรุงประเทศในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องของเวียดนาม โดยเฉพาะการเอาจริงเอาจังที่จะแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่แพร่ระบาดในระดับลึก

บริษัทชั้นนำที่ลงทุนเพิ่มเติมในเวียดนามไปแล้ว  เช่น  ไนกี้ อิงค์ บริษัทผลิตรองเท้ากีฬาชื่อดังของโลก สัญชาติสหรัฐ ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตรองเท้ากีฬาในแต่ละปีในเวียดนาม จากปัจจุบัน 54 ล้านคู่เป็น 70 ล้านคู่ ทำให้เวียดนามเป็นแหล่งผลิตรองเท้ากีฬา รายใหญ่สุดแห่งที่ 2 ของไนกี้ รองจาก จีน ที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่สุด

บริษัท อินเทล อิงค์ ก็ประกาศเพิ่มการลงทุนในโรงงานประกอบชิพคอมพิวเตอร์และโรงงานทดสอบเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากแผนการลงทุนเดิม 3 เท่า และหากโครงการสร้างโรงงานประกอบชิพขนาด 500,000 ตารางฟุตของอินเทลแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในโฮจิมินห์ ซิตี้ สำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง ก็ถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่สุดของโลกอินเทล

ส่วน เทเลโฟน อีริคสัน ของสวีเดน ได้ลงนามข้อตกลงกับไซ่ง่อน โพสทอล เทเลคอมมิวนิเคชั่น โค หรือ เอสพีที ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมของเวียดนาม เพื่อสร้างเครือข่ายมัลติมีเดียบนพื้นฐานไอเอ็มเอสทั่วประเทศในเวียดนาม

ขณะที่ ร็อคกิงแฮม คอร์ป ซึ่งมีฐานดำเนินงานอยู่ในรัฐเนวาดา ของสหรัฐ เตรียมเข้าไปลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ในโครงการด้านการท่องเที่ยว บนเกาะพู ก๊วกทางตอนใต้ของเวียดนาม โดยเกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเขี่ยน เกียน ซึ่งห่างจากโฮจิมินห์ ซิตี้ ไปทางตะวันตกประมาณ 300 กิโลเมตร

บริษัทสหรัฐแห่งนี้ กำลังคิดจะสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเป็นรีสอร์ท หรือโรงแรมบนเกาะแห่งนี้ ในช่วงปี 2549 และ 2558

นอกจากนี้รัฐบาลเวียดนาม ได้ไฟเขียวให้ ปอสโก บริษัทผลิตเหล็กรายใหญ่สุดอันดับ 5 ของโลก เมื่อพิจารณาจากผลผลิตเหล็ก สัญชาติเกาหลีใต้ เข้าไปลงทุนในเวียดนามมูลค่า 361 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กในจังหวัดบา ไร-วุง เตา โดยโรงงานถลุงเหล็กแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตเหล็กรีดเย็น 700,000 เมตริกตันต่อปี จะเห็นได้ว่า บริษัทข้ามชาติหลายแห่งยังคงเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจของเวียดนาม จะมีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเดียวกัน แต่เวียดนามเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีนักธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยเมื่อปี 2548 เวียดนาม มีบริษัทเอกชนหน้าใหม่เกิดขึ้น 40,000 แห่งด้วยกัน

                            

สำหรับศักยภาพด้านการคมนาคมขนส่งนั้น เริ่มจากทางนำ เวียดนามมีท่าเรือชั้นำ เช่น ท่าเรือไฮฟอง มีปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือนี้ประมาณ 7-10 ล้านตันต่อปี เรือระวางบรรทุก 7,000- 10,000 ตัน นอกจากนี้ยังมีท่าเรือขนาดเล็ก เช่น ท่าเรือไซ่ง่อน ท่าเรือที่เมืองดานัง  ซึ่งท่าเรือของเวียดนามในปัจจุบันแม้ยังสู้ท่าเรือของไทยไม่ได้แต่ ก็หายใจลดต้นคอมาทุกที ด้านการขนส่งทางอากาศ เวียดนามมีท่าอากาศยานนานาชาติ 3 แห่ง ทั้งที่ ฮานอย ดานัง และโฮจิมินห์ มีสนามบินภายในประเทศอีก 8 แห่ง มีเวียดนามแอร์ไลน์เป็นสายการบินแห่งขาติ  ส่วนการขนส่งระบบรางนั้นเวียดนามมีทางรถไฟ  6 สาย ระยะทางรวม 3,259 กิโลเมตร โดยเส้นทางที่ยาวที่สุด คือจากเหนือจรดใต้ จากฮานอยถึงโฮจิมินห์ ระยะทาง 1,726 กิโลเมตร ซึ่งจะถูกพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขึ้นเร็วๆนี้

         

 

 
โดย:วีระพันธ์ สุขศึกพ่าย

Update news: 20-05-2550 22:05:55

 
 

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีข่าวและสาระ
.ทุกวัน เวลา 20.30-21.00 น

..........................................................

เรื่อง:'สำรวจเส้นทาง R3E -สำรวจความเข้มแข็งโลจิสติกส์ไทย'
โดย:กฤติธี คำแก้ว
วันที่:28-12-2551 23:12:09

:: อ่านทั้งหมด  

Visitor Number

 

 
 

Copyright @ Manhattan International Communication Co.,Ltd.
Tel:
02-962-1088  Mobile: (081) 750-2070  Email: info@logisticnews.net